HOME หน้าหลัก
ข้อบังคับของสมาคม คณะกรรมการผู้ก่อตั้ง การสมัครเป็นสมาชิก ติดต่อสมาคม  หน้าแรกของสมาคม
 
สมาคมผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุพระพุทธศาสนา (หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล)
๓๗ บ้านดงยาง หมู่ที่ ๗ ตำบลบ่อทอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๑๔๐
หรือ
ตู้ ปณ.๓ บางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๑๔๐
มือถือ ๐๘๖-๕๑๕-๐๘๖๓
 

ข้อบังคับ
ของ
สมาคมผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุพระพุทธศาสนา (หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล)
----------------------------

หมวดที่ ๑
ความทั่วไป

ข้อ ๑. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุพระพุทธศาสนา (หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล) ย่อว่า สสพ.
           เรียกเป็นภาษาอังกฤษ  Association of mass media Buddhist radio station ย่อว่า AMB.

ข้อ ๒. เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป วงกลมภายในมีดอกบัวเหมือนหยดน้ำ มีดวงตาอยู่ตรงกลาง และมีเทียนส่องสว่างอยู่ในดวงตา มีีความหมายว่า แสงเทียนส่องให้ดวงตาสว่างเห็นทางพ้นทุกข์ดุจดังดอกบัวพ้นน้ำ

รูปของเครื่องหมายสมาคม

Logo_AMB

ข้อ ๓. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ ๓๗ บ้านดงยาง หมู่ ๗ ตำบลบ่อทอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๑๔๐

ข้อ ๔. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ

          ๔.๑ เพื่อส่งเสริมงานสถานีวิทยุพระพุทธศาสนา (หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล) และในเครือข่าย      
          ๔.๒ เพื่อจัดให้มีสวัสดิการของสมาคมกล่าวคือ การช่วยเหลือสมาชิกและทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมายเมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม
                  หรือช่วยเหลือสมาชิกในกรณีอื่นๆ
          ๔.๒ เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์การการกุศลและองค์การสาธารณะประโยชน์เพื่อสาธารณะประโยชน์

หมวดที่ ๒
สมาชิก

ข้อ ๕. สมาชิกของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ

          ๕.๑ สมาชิกสามัญ ได้แก่  ๑. บุคคลทั่วไปที่มีจิตอาสาเพื่อสังคมส่วนรวม
                                            ๒. สมาคม มูลนิธิ และองค์กรเอกชนที่สนใจ

          ๕.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ ๖. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

          ๖.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
          ๖.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
          ๖.๓ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
          ๖.๔ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือน ไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

ข้อ ๗. ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

          ๗.๑ สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก                  - บาท
                                   ค่าบำรุงสมาคมเป็นรายเดือนๆ ละ                - บาท
                                   ค่าบำรุงตลอดชีพ                                ๕๐๐ บาท

          ๗.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์   มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ ๘. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัคร ตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๑ คน และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว ก็ให้เลขานุการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่า จะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ ๙. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๑๐. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม

ข้อ ๑๑. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้            
             ๑๑.๑ ตาย
             ๑๑.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้ พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
             ๑๑.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก
             ๑๑.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้น
ได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๒. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
             ๑๒.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
             ๑๒.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
             ๑๒.๓ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
             ๑๒.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
             ๑๒.๕ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม  และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ
ในที่ประชุมได้คนละ ๑ คะแนนเสียง
             ๑๒.๖ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
             ๑๒.๗ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
             ๑๒.๘ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
             ๑๒.๙ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
             ๑๒.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
             ๑๒.๑๑ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
             ๑๒.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย


หมวดที่ ๓
การดำเนินกิจการสมาคม


ข้อ ๑๓. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย       ๙      คน
อย่างมากไม่เกิน    ๒๐   คน คณะกรรมการนี้ ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่  เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม ๑ คน และอุปนายก ๑ คน  สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ  ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ของสมาคม ตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้

๑๓.๑  นายกสมาคม           ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม คณะกรรมการของ สมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่
เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๓.๒    อุปนายก            ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตาม
หน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อ
นายกสมาคมไม่อยู่  หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

๑๓.๓    เลขานุการ          ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่
ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม

๑๓.๔    เหรัญญิก           มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ
รายจ่ายบัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

๑๓.๕    ปฏิคม               มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียม
สถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม

๑๓.๖    นายทะเบียน      มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับ
เหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

๑๓.๗    ประชาสัมพันธ์   มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก และ
บุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

๑๓.๘    กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น
โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

คณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคมและกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อ ๑๔. คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ    ๒   ปี  และเมื่อคณะกรรมการ อยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ ๑๕. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ ๑๖. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
             ๑๖.๑   ตาย
             ๑๖.๒   ลาออก
             ๑๖.๓   ขาดจากสมาชิกภาพ
             ๑๖.๔   ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ ๑๗. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ
คณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ ๑๘. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

              ๑๘.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
              ๑๘.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
              ๑๘.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรือ อนุกรรมการ จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
              ๑๘.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
              ๑๘.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
              ๑๘.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
              ๑๘.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
              ๑๘.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๕ ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
              ๑๘.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้ เมื่อสมาชิกร้องขอ
              ๑๘.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
              ๑๘.๑๑ มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๙. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อย เดือนละ ๑ ครั้ง โดยให้จัดขึ้นภายในวันที่   ๙    ของทุกๆ เดือน ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ ๒๐. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๑. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ ๔
การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๒. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี  ๒  ชนิด คือ

             ๒๒.๑ ประชุมใหญ่สามัญ
             ๒๒.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๓. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนพฤษภาคม ของทุกๆ ปี

ข้อ ๒๔. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้น  
ด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิก
จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ ๒๕.  การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ  และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้อง   แจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้  ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ ๒๖.  การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

             ๒๖.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
๒๖.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
๒๖.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
๒๖.๔ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
๒๖.๕ เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

ข้อ ๒๗. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วม ประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคม เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๒๘. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๙. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น


หมวดที่ ๕
การเงินและทรัพย์สิน


ข้อ ๓๐. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคาร     กรุงไทย     สาขา    บางระกำ
ข้อ ๓๑. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ ๓๒. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน     ๑๐๐,๐๐๐    บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจาก            คณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน    ๑,๐๐๐,๐๐๐   บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติ
จากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ ๓๓. ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน     ๕๐,๐๐๐    บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคาร
ในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ ๓๔. เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือ จ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทน ร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ ๓๕. ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ ๓๖. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ ๓๗. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ


หมวดที่ ๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม


ข้อ ๓๘. ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ ๓๙. การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ ๔๐. เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของ    มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
(ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์)

หมวดที่ ๗
บทเฉพาะกาล


ข้อ ๔๑. ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ ๔๒. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ

 



สมาคมผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุพระพุทธศาสนา (หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล)
๓๗ บ้านดงยาง หมู่ที่ ๗ ตำบลบ่อทอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๑๔๐
หรือ
ตู้ ปณ.๓ บางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๑๔๐
มือถือ ๐๘๖-๕๑๕-๐๘๖๓

http://www.facebook.com/profile.php?id=100004376881922
Web site: www.asstudio.info
http://www.nuayelectronic.com
E-mail: aewbhu@yahoo.com / aewbhu@windowslive.com

©Copyright 2008-2013. สำนักสื่ออุปกรณ์สอนศีลธรรม. All rights reserved.

 


ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว : ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ มิใช่คำที่เขาพูด

ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนานาชาติ
International Buddhist Meditation Center
สถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสังคม ประจำจังหวัดพิษณุโลก
National Broadcasting Buddhist Radio Station


หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล
ประวัติหลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล

เข้าชม WEBSITE หลวงปู่แอ๊ว

กิจกรรมส่งเสริมของสถานีฯ • รักษาด้วยสมาธิผ่อนคลายไปไหว้พระที่อินเดียกับหลวงปู่แอ๊ว

ข่าวประชาสัมพันธ์
ณ ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนานาชาติ สถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสังคม ประจำจังหวัดพิษณุโลก สมาคมผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุพระพุทธศาสนา (หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล) แผนที่การเดินทาง http://www.asstudio.info/Library/Fundraising/RadioMap.html

 
เว็บบอร์ด/ติดตามข่าวสารของสถานีฯ    เว็บบอร์ด/ติดตามข่าวสารของสถานีฯ  เว็บบอร์ด/ติดตามข่าวสารของสถานีฯ


เว็บบอร์ด/ติดตามข่าวสารของสถานีฯ

 





.....บัญชี.....
"กองทุนบุญนิธิเผยแผ่ธรรมอย่างยั่งยืน"
• ธนาคารออมสิน   สาขาหน้าพระลาน
   บัญชีเลขที่ ๐-๕๐๕๗๐๔๔๗๘๙-๑ ประเภทบัญชี เผื่อเรียก

• ธนาคารกรุงเทพ   สาขาท่าเตียน
   บัญชีเลขที่ ๑๓๖-๐-๗๒๒๙๔-๔ ประเภทบัญชี สะสมทรัพย์

 

สมาคมผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุพระพุทธศาสนา (หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล)
๓๗ บ้านดงยาง หมู่ที่ ๗ ตำบลบ่อทอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๑๔๐
หรือ
ตู้ ปณ.๓ บางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๑๔๐
มือถือ ๐๘๖-๕๑๕-๐๘๖๓

http://www.facebook.com/profile.php?id=100004376881922
Web site: www.asstudio.info
http://www.nuayelectronic.com
E-mail: aewbhu@yahoo.com / aewbhu@windowslive.com

©Copyright 2008-2013. สำนักสื่ออุปกรณ์สอนศีลธรรม. All rights reserved.