HOME

"ช้างเผือกเกิดในป่า ช้างเผือกคู่พระบารมีเกิดที่ป่าลำทับ"

พระเศวตอดุลยเดชพาหา ช้างเผือกคู่พระบารมี

เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๖ ในห้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๔๗ ขณะที่ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์และคณะ เข้าชี้แจงงบประมาณส่วนขององค์การสวนสัตว์อยู๋นั้น ผมในฐานะรองประธาณคณะกรรมาธิการได้สอบถาม คุณโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ว่า "ท่านผู้อำนวยการ คุณพระสบายดีหรือ"

"สำนักพระราชวังเชิญกลับไปยืนโรงอยู่ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ จนถึงปัจจุบันครับ"

ผมเรียนให้ที่ประชุมทราบว่า ผมกำลังถามถึง "พระเศวตอดุบยเดชพาหน" ช้างเผือกคู่พระบารมีประจำรัชกาล จากจังหวัดกระบี่

คุณพระ คือช้างเผือกคู่พระบารมีเชือกแรกประจำรัชกาล จากอำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ ซึ่งจังหวัดได้น้อมเกล้าฯ ถวายพลายสำคัญเชือกนี้ แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๑

ผมเรียนให้ที่ประชุมทราบต่อไปว่า "คนกระบี่รำลึกว่า ช้างเผือกเกิดในป่า ช้างเผือกคู่บารมีเกิดที่จังหวัดกระบี่ หลังจากได้น้อมเกล้าฯ ถวายไปแล้วจนบัดนี้ เวลาผ่านมาร่วม ๕๐ ปี บ้านเกิดของคุณพระจาำกตำบลลำทับยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอลำทับหลายปีแล้ว บ้านเมืองเปลี่ยนไปมาก แต่คนจังหวัดกระบี่ยังจำเรื่องราวของคุณพระได้ จากช้างน้อยเืมื่อเกือบ ๕๐ ปีที่แล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่รำลึกได้ คนหนุ่มสาวจำนวนมากรำลึกถึง อยากทราบว่าบัดนี้คุณพระอยู่ดีมีสุขอย่างไร อยู่ที่ไหน จากช้างน้อยเมื่ออายุเพียง ๕-๖ ขวบ บัดนี้เติบโตเป็นช้างพลายที่งามสง่าเพียงไร ผมขอความกรุณาท่านผู้อำนวนการจัดภาพถ่ายคุณพระเมื่อขณะทำพิธีสมโภชเจิมอ้อยแดงจารึกนาม พระราชทานเครื่องคชาภรณ์ กับขอภาพถ่ายคุณพระ ณ ปัจจุบันกลับไปให้ชาวกระบี่ได้ชื่นชม

ผมขออนุญาตคัดลอกประวัติย่อส่วนหนึ่งของ คุณพระ ไว้ในหนังสือดังนี้

พระเศวตอดุยเดชพาหน

เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๙ รัชกาลปัจจุบันได้ข่าวช้างเผือกเป็นครั้งแรก เป็นช้างพลายเผือกโท ลูกเถื่อน มีมงคลลักษณะเป็นสีประหลาด เข้าคอก นายแปลก ฟุ้งเฟื่อง ที่ตำบลลำทับ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่* (*ตำบลลำทับ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ปัจจุบันคือ ตำบลดินอุดม อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่)

กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้องค์การสวนสัตว์ จัดเจ้าหน้าที่รับไปเลี้ยงไว้ที่สวนสัตว์ดุสิต องค์การสวนสัตว์ให้เงินเลี้ยงด ๖,๐๐๐ บาท ประธานองค์การสวนสัตว์ขณะนั้น พลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้เชิญ พระราชวังเมืองสุริยชาติ สมุห (ปุ้ย คชาชีวะ) อดีตเจ้ากรมช้าง มาพิจารณาดูลักษณะ ตรวจ คชลักษณ์ พราะราชวังเมืองพิจารณาตรวจคชลักษณ์แล้ว ชี้แจงลักษณะพลายสำคัญคือ

  ๑. เป็นช้างพลายสำคัญอายุประมาณ ๓ ขวบ
  ๒. สูงประมาณ ๑๕๔ ซ.ม.
  ๓. งาขวาซ้าย งามเรียวเป็นต้นปลาย ยาว ๒๙๕ ซ.ม.
  ๔. หูหางงามพร้อม หางปัดตลอด
  ๕. ตาขาวเจือเหลือง
  ๖. เพดานขาวเจือชมพู
  ๗. ลักษณะโกศ ขาวชมพู
  ๘. เล็บขาวเจือเหลืองอ่อน
  ๙. ขนโขนมสีน้ำผึ้งโปร่ง ต้นขนเจือแก่ ปลายขนแดง
๑๐. ขนหูขาว
๑๑. ขนบรรทัดหลังสีน้ำผึ้งโปร่ง เจือแดง
๑๒. ขนตัวขึ้นขุมละ ๒ เส้น สีน้ำเงินโปร่งเจือแดง ปลายขนแดงอ่อน
๑๓. ขนหางสีน้ำผึ้งแก่ เจือแดงอ่อน
๑๔. สีกายสีบัวแดง

มีลักษณะตรงตามคชลักษณ์ อยู่ในตระกูลพรหมพงศ์ จำพวก อิํฐทิศ ชื่อกมุท สีกายดังดอกโกมุท เสียงกรนขณะหลับสนิทเป็นมงคล ประทำทิศหรดี สมควรเป็นช้างคู่พระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จึงกราบทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอน้อมเกล้าฯ ถวายช้างพลายสำคัญเชือกนี้แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ เวลา ๑๕.๒๐ น. ณ. สนามหญ้าด้านตะวันออกในสวนสัตว์ดุสิต

ทรงรับช้างเผือกด้วยความปลาบปลื้มพระราชหฤทัยและให้คงไว้ที่สวนสัตว์ดุสิต แล้วเสด็จประทับเกยช้างเบญจพาษทรงรับเต้าพระพุทธมนต์จากพระราชครู แล้วหลังน้ำพระพุทธมนต์ลงเหนือตะพองช้างพลายสำคัญ แล้วทรงรับมาลัยจากประธานองค์การสวนสัตว์คล้องให้แกช้างพลายสำคัญ

เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒ มีพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ ให้กำหนดพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางในพระราชพิธี ทรงเสด็จประทับเกยช้างเบญจพาษ ทรงคล้องเสมาพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ทองคำลงยา แล้วหลังน้ำพระพุทธมนต์ด้วยพระเต้าเทวบิฐ และน้ำพระมหาสังข์พระราชทานแก่ช้างเผือกสำคัญแล้วเสด็จลงทรงเจิมอ้อยแดงจารึกนามพระราชทาน ช้างสำคัญว่า "พระเศวตอดุยเดชพาพน" แล้วพระมหาราชครูพิธีศร๊วิสุทธิคุณรดน้ำสังข์ต่อไปตามพระราชประเพณี เสร็จแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องคชาภรณ์ให้แต่งช้างสำคัญพราหมณ์อ่านฉันท์สดุดี จบเบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชพระยาช้างต้น เวียนเทียนสมโภชเสร็จ พราหมณ์เจิมพระยาช้างต้นแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

เมื่อช้างพลายสำคัญได้ยืนโรงช้างหลวงในพระราชวังดุสิตครบ ๗ วัน ให้นำช้างสำคัญไปเลี้ยงไว้ในสวนสัตว์ดุสิตพระราชทานเงินสร้างโรงช้างพลายสำคัญโดยเงิน งบประมาณชองสำนักพระราชวังเป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท แล้วพระราชทานเงินส่วนพระองค์สร้างโรงช้างบริวารไว้สองข้าง ด้านล ๒ ช่องเป็นเงิน ๑๙๐,๐๐๐ บาท รวม ๓๔๐,๐๐๐ บาท และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถพระราชทานค่ากล้วยอ้อยเลี้ยงพระเศวตฯ อีกเดือนละ ๑๕๐ บาท ทุกเดือน

จน พ.ศ. ๒๕๒๑ สำนักพระราชวังนำพระเศวตฯ ไปยืนโรงที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน (ปัจจุบันพระเศวตฯ ย้ายไปยืนช้างอยู่ที่พระที่นั่งไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)

ช้างพลายสำคัญจากลำทับ จังหวัดกระบี่ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามเ็ต็มว่า

พระเศวตอดุยเดชพาหน ภูมิพลนวมนาถบารมี

ทุตยเศวตกรีกมุทพรรโณภาส บรมกมลาสนวิสุทธิวงศ์

สรรพมงคลลักษณคเชนทรชาติ สยามราษฏรสวัสดิประสิทธิ

รัตนกุญชรานิมิตบุญญาธิการ ปรมินทรบพิตรสารศักดิเลิศฟ้า

 

 

 

 

 


 

คมชัดลึก :ช้างพลายบุญเลิศ ช้างต้นในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เดินทางถึงที่ศูนย์อนุรักษ์ช้าง จ.ลำปาง เพื่อพักผ่อนและสัมผัสกับป่าเขาอุดมสมบูรณ์

 

เมื่อเวลา ๐๔.๐๐ น. วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ช้างพลายบุญเลิศ เพศผู้ อายุ ๕๕ ปี ซึ่งเป็นช้างต้น ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เดินทางโดยรถบรรทุก ๑๐ ล้อ มาถึงที่ศูนย์อนุรักษ์ช้าง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง หลังเดินทางจากสวนสัตว์ดุสิต กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเย็นวันที่ ๑๔ มีนาคม โดยเดินทางมาตามถนนสายเอเชีย กรุงเทพฯ-ลำปาง ด้วยความเร็วไม่เกิน ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อไม่ให้ช้างเกิดอาการตกใจหรือตื่นตระหนกต่อสิ่งแวดล้อมในขณะเดินทาง 

 เมื่อเดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่และควาญช้าง จึงได้นำช้างพลายบุญเลิศไป ยังโรงช้างต้นชั่วคราวซึ่งอยู่บริเวณสวนรุกขชาติ ภายในสวนป่าทุ่งเกวียน นอกศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง 

 นายมนูญศักดิ์ ตันติวิวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เปิดเผยว่า จะไม่ให้ช้างพลายบุญเลิศได้พักยู่ปะปนกับช้างเชือกอื่นภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง โดยจะให้สัมผัสกับป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์โดยรอบโรงช้างต้นชั่วคราว เพื่อเป็นการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม

  สำหรับการเดินทางมาของช้างเชือกนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยว่าช้างพลายบุญเลิศ ซึ่งเป็นช้างต้นในพระบาทเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พักอยู่ภายในสวนสัตว์ดุสิตมาเป็นระยะเวลานาน จึงอยากที่จะให้เปลี่ยนบรรยากาศมายัง จ.ลำปาง เพื่อจะได้พักผ่อนและสัมผัสกับป่าเขาอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น มีกระแสรับสั่งให้ทางองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นผู้ขนย้ายช้างให้เดินทางมายังจังหวัดลำปาง ซึ่งในการขนย้ายก็มาถึงอย่างปลอดภัย 

 ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ทางโรงพยาบาลช้างของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง ดูแลสุขภาพร่างกายของช้างให้มีความสมบูรณ์ และแข็งแรง และให้ช่วยรักษาอาการของช้างพลายบุญเลิศที่เกิดความเครียดให้หายเป็นปกติ เพราะในช่วงที่พักอาศัยอยู่ในสวนสัตว์ดุสิต อาจจะเกิดความเครียดจากสิ่งแวดล้อม ตนเชื่อว่าการนำช้างมาพักผ่อนเพื่อสัมผัสธรรมชาติในภาคเหนือจะช่วยทำให้ช้างมีสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตใจที่ดีขึ้น ตามที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้ทรงห่วงใยและมีพระราชดำรัสให้ขนย้ายช้างในวันช้างไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา 

 "ช้างพลายบุญเลิศเชือกนี้ เมื่อปี ๒๔๙๘ ได้ว่ายน้ำหนีพรานป่าจากประเทศลาว โดยข้ามแม่น้ำโขง เข้ามายังฝั่งไทย บริเวณ จ.อุบลราชธานี ซึ่งชาวบ้านได้พบเห็น จึงได้จับไว้ ก่อนที่ชาวบ้านได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมพสกนิกรใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งด้วยพระเมตตตา จึงได้รับช้างเชือกดังกล่าวไว้เป็นช้างต้นในส่วนพระองค์ และได้พระราชทานให้องค์การสวนสัตว์ โดยสวนสัตว์ดุสิต เป็นผู้ดูแล ก่อนที่จะเดินทางมายัง จ.ลำปางในครั้งนี้"นายมนูญศักดิ์ กล่าว

  อย่างไรก็ตาม ช้างพลายบุญเลิศคงจะพักอาศัยอยู่ที่โรงต้นชั่วคราว ก่อนที่จะมีการก่อสร้างโรงช้างต้นถาวรให้ ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างที่มาจากความร่วมมือขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และทางจังหวัดลำปาง ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด การไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย แม่เมาะ  

 ผอ.องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กล่าวอีกว่า ตนได้กำชับให้ดูแลช้างพลายบุญเลิศเป็นพิเศษ เพราะในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี ช้างจะมีอาการตกมัน ดังนั้นควรที่จะสังเกตลักษณะ และอาการอยู่ตลอดเวลา ส่วนในเรื่องการกินอาหารนั้น ได้มีการกำหนดให้กินหญ้าสดวันละ ๑๕๐ กิโลกรัม กล้วยน้ำหว้า ๑๕ หวีต่อวัน มันเทศและผลไม้ตามฤดูกาลประมาณ ๑๐ กิโลกรัมต่อวัน เสริมด้วย อ้อย มะพร้าวอ่อน มะขามเปียกและใบไม้ต่าๆ และให้ฟักเขียว ในช่วงที่เกิดอาการตกมันวันละประมาณ ๑๐ กิโลกรัม เพื่อจะได้ลดอาการตกมันลง


HOME
หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล : สอนกรรมฐานในประเทศสหรัฐอเมริกา


สำนักสื่ออุปกรณ์สอนศีลธรรม หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะ ๑๗ ถนนมหาราช ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง
ที่ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐
Phone: (02) 222-4169 Fax: (02) 222-4190
Web site: www.asstudio.info
E-mail: aewbhu@yahoo.com, aewbhu@windowslive.com

©Copyright 2008-2011. สำนักสื่ออุปกรณ์สอนศีลธรรม. All rights reserved.