HOME

เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ท่านหลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล นำโดยท่านเพียง ธมฺมธีโร (มิตรสัมพันธ์สมุทรปราการ ๖๘-๒๒๗) ป๋าบางยอ ๖๘-๒๗ (อภิรักษ์ น้อยคงดี) คุณหมอบุญสืบ จันทร์ส่องรัศมี พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปพบคุณลุงสมหมาย จิตอารีย์ ซึ่งมีต้นตำรับและเป็นต้นตำรับการรักษาโรคไซนัส ด้วยพืชสมุนไพรจนเป็นที่รู้จักกันไปทั่วทั้งภาคใต้และจังหวัดใกล้เคียง

ทางคณะได้มีโอกาสไปพบและพูดคุณสนทนากับคุณลุงด้วยความใกล้ชิดอย่างเป็นกันเอง เรียบง่าย สมถะและประทับใจในความมีน้ำใจอัธยาศัยเป็นเยี่ยม ... จึงขอประมวลภาพถ่ายไว้ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากป๋าบางบางยอ ๖๘-๒๗ ไว้ ณ ที่นี้

 


เรียบง่ายเป็นกันเอง
"...เป็นความสง่างามยิ่งที่คนไทยเราทั้งประเทศ ที่มีคนดี มีภูมิปัญญา มีความรู้และความสามารถในการรักษาคนไข้ โปรดได้ช่วยกันรักษา ยกย่องเชิดชูเกียรติให้ปรากฏแก่สังคมต่อไป..."

คุณภาพสุดพรรณา

ครอบครับที่อบอุ่น

สนใจศาสตร์ภูมิปัญญา
เขียงหั่นยา
คุณลุงสมหมาย

พูดคุณอย่างเป็นกันเอง

ความเรียบง่ายกับคุณลุง
อุปกรณ์ทำยาคุณลุง
ครอบครัวคุณลุง
           
           

พร้อมกันนี้ยังได้รับความเอื้อเฟื้อจากลูกสาวของคุณลุง ซึ่งกำลังศึกษาเภสัชกรอยู่ ได้มอบหนังสือชีวจิต (ฉบับวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๐) เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับคุณลุงในคอลัมน์ "จากธรรมชาติสู่ตำรับยา" (เรื่อง : ชมนาด ภาพ : สิปปวิชญ์ เมธสุทธิ์) หน้าที่ ๘๔-๘๖ ดังนี้

--------------------------------
หมอรักษาไซนัส
เมืองสิชล
“บางคนจะเห็นแผลมาถึงลำกลางจมูก บางคนเป็นด้านข้างปีกจมูก แผลทะลุออกมาสองสามรูก็มี บางคนอาการหนัก เขาเรียกว่า ดั้งขาดไปเลย คือจมูกหายไป เวลามาหาเราจะนั่งไม่ติด ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นคาว ถึงคาวอย่างไรเราก็ต้องทน”

คุณลุงหมาย-สมหมาย จิตอารีย์ หมอยาพื้นบ้านในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังเล่าอาการของคนไข้โรคไซนัสอักเสบให้ฟัง
คำบอกเล่าของคุณลุงหมายทำให้ฉันขนแขนลุกเกรียว เพราะยังไม่เคยพบกับคนไข้อาการหนักอย่างนี้มาก่อน แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ ๓๐ ปี ที่คุณลุงหมอวัย ๖๗ ปี คนนี้ได้ดูแลคนไข้ ท่านพบพานความเจ็บป่วยมาทุกรูปแบบ ผ่านความเป็น เห็นความตายมาก็เยอะ บางคนช่วยได้เพราะร่างกาย จิตใจ และตัวยาประสานรวมกันได้ แต่กับบางคน เมื่อใจถอย กายก็ถอย แม้ตัวยาจะออกฤทธิ์ก็ใช่จะฉุดรั้งอาการป่วยได้

แต่ไม่ว่าอย่างไร หมอพื้นบ้านเช่นคุณลุงหมายก็ทำตามหน้าที่ของหมออย่างดีที่สุด เพื่อดำรงไว้ซึ่งคำสั่งสอนของบิดา คือ คุณตาเลี่ยง จิตอารีย์ หมอใหญ่ของชุมชนที่ผู้คนให้ทั้งความรักและเคารพ เพราะน้ำใจอันอารีต่อคนไข้
คุณตาเลี่ยงเป็นทั้งพ่อและครูผู้ถ่ายทอดวิชาหมอยาพื้นบ้านให้คุณลุงหมาย ท่านพร่ำสอนคุณลุงหมายด้วยการทำให้ดูว่า ท่าทีที่คนเป็นหมอจะแสดงต่อคนไข้นั้นเป็นอย่างไร แม้ว่าท่านจะไม่ได้ใบประกาศนียบัตรจากสถาบันใด แต่ความเชื่อใจและการยอมรับของชาวบ้านเกิดจากอาการป่วยที่ดีขึ้น ตลอดจนน้ำใจไมตรีที่ได้รับ

“พ่อเป็นที่รักของคนในหมู่บ้าน ใครๆ ก็รักพ่อ เพราะพ่อรักและเอ็นดูคนไข้ พูดจาไพเราะ ท่าทางก็อ่อนโยน ใจเย็นกับคนไข้ที่สุด สิ่งที่เห็นจากพ่อทำให้ลุงรักและพลอยเอ็นดูคนไข้ตามพ่อ”

วันนี้คุณลุงหมายเดินตามรอยเท้าคุณตาเลี่ยง มาอย่างไม่ผิดรอย เพราะขณะคุยกับหมอพื้นบ้านท่านนี้ ฉันสัมผัสได้ถึงความเป็นกันเอง อารมณ์ดี และมีความสุข แม้เรือนไม้เล็กๆ ที่ซุกตัวอยู่ในท่ามกลางสวนทุเรียนไม่กว้างขวางใหญ่โต แต่เพราะรอยยิ้มและความใจดีทำให้เรือนไม้หลังนี้ดูกว้างขวางขึ้นมาถนัดใจ

คนตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จึงนั่งคุยนั่งถามขอความรู้ได้ตลอดวัน คุณลุงอธิบายสาเหตุการป่วยเป็นโรคไซนัสว่าเกิดจากการเป็นหวัดเรื้อรัง ซึ่งเป็นทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในวัยผู้ใหญ่
เหมือนข้อมูลที่ฉันได้อ่านในหนังสือคู่มือสุขภาพว่า สาเหตุของไซนัสเกิดจากโรคภูมิแพ้ ริดสีดวงจมูก เนื้องอกในจมูก หรือมีสิ่งแปลกปลอมในจมูก ทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อ ตลอดจนการติดเชื้อบริเวณอื่นๆ เช่น รากฟันอักเสบ แล้วลุกลามกลายเป็นไซนัสได้เช่นกัน

จักจั่นส่งเสียงร้องเซ็งแซ่แข่งกับเสียงอธิบายความรู้อย่างครื้นเครงของคุณลุงหมาย
“เวลาคนไข้มาหาเราก็จะตรวจดูโพรงจมูกว่าเป็นแผลหรือไม่ ปวดหัวบ้างไหม หนักคิ้วบ้างไหม คาวคอบ้างไหม ตาเลือนรางไหม อาการหนักเบาอย่างไร แล้วจึงรักษากันตามแบบหมอยา ไม่มีอะไรมากหรอก”

คำว่า “ไม่มีอะไรมากหรอก” ของคุณลุงนั้นอาจจะหมายถึงขั้นตอนการดูแลและกินยาของคนไข้ตามคำแนะนำของหมอ แต่ไม่ขั้นตอนการผลิตยาสักตำรับหรือขนานหนึ่งของหมอยาแน่นอน
อยากรู้ไหมคะว่า ในความไม่มีอะไรลุงหมายนั้น มีอะไรมากมาย จนเราจำไม่หมด จึงต้องทั้งจำและจดมาเล่าสู่กันฟังอีกที
การรักษาอาการไซนัสของคุณลุงหมายมีอยู่ ๒ วิธี คือ การกินยาต้มและการหยอดยา ซึ่งทั้งสองวิธีล้วนเป็นตำรับยาที่ตกทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่านานนับร้อยปี ลองมาดูตัวยาสมุนไพรกันค่ะว่าอะไรบ้าง


ยาตำรับร้อยปี
๑. น้ำนอง ๒. คนทา ๓. มะเดื่อชุมพร ๔. ชิงซี่ ๕. ชิงช้าชาลี ๖. หัวย่านาง ๗. ก้างปลาแดง ๘. หัวยาจีน ๙. นิลภูสี
คุณลุงหมายเล่าว่า ยาตำรับนี้ต้มกินแก้อักเสบได้ผลดี และไม่ใช่เฉพาะรักษาอาการไซนัสเท่านั้น ใครปวดข้อ ปวดเข่าก็ใช้ได้ ยาตำรับนี้ได้รับความนิยมขนาดไหน ยืนยันได้จากไม้รองสับสมุนไพรที่ใช้สับตายาตำรับนี้จนกลายเป็นกองพะเนินแล้ว
“นี่ทิ้งไม้รองสับไปบ้างแล้วนะ ถ้าไม่ทิ้งไป รับรองว่ากองเต็มบ้านมันมากจนทำเป็นพื้นเผาหมอคนนี้ได้เลย”


ยาหยอดกลิ่นละมุน
คุณลุงหมายเล่าไปหัวเราะไป และแนะนำยาหยอดอีกตำรับ ซึ่งเป็นยาที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ตำรับยาต้ม คุณลุงเอาตัวอย่างมาให้ดูลักษณะเป็นน้ำมันใสในขวดแก้ว พอเปิดฝาลองดม กลิ่นน้ำมันหอมละมุนคล้ายกลิ่นขนมเสียมากกว่าจะเป็นยา แต่ครั้นหมอยาอธิบายส่วนผสมให้ทราบ จึงถึงบางอ้อว่า มิน่า กลิ่นถึงหอมนักเชียว

“ที่หอมเพราะมันเป็นน้ำมันมะพร้าวไงลูก เวลาทำยาหยอดต้องเตรียมเครื่องยาหลายสิ่ง เริ่มจากเราต้องขูดมะพร้าวเตรียมไว้ เอาบวบขมหมักกับมะพร้าวที่ขูด แล้วทิ้งไว้คืนหนึ่ง บวบขมนี่นะลูก ลักษณะคล้ายบอระเพ็ด พอวันรุ่งขึ้นเราจึงนำมะพร้าวและบวบขมที่หมักไว้มาปั้นแล้วเคี่ยวจนกลายเป็นน้ำมันใส"

“จากนั้นจึงใส่เครื่องยาอีกสองชนิดคือ กำมะถันเหลืองและน้ำประสานทองนิดเดียว ตั้งไฟเคี่ยวต่อไปอีก วิธีเขามากนะ กว่าจะเสร็จเป็นน้ำมันใสใช้หยอดอย่างนี้”

วิธีการใช้ยาหยอด คือ สำหรับคนที่อาการไม่หนัก เพียงแต่คัดจมูก มีเสมหะ ให้ใช้คัตต้อนบัตจุ่มน้ำมันนิดเดียว แล้วป้ายเข้าไปในโพรงจมูก พอชื้น ๆ ไม่ต้องหยอด แล้วลมหายใจจะพาน้ำมันไหลเข้าไปเอง ใครที่หายใจไม่ออก สักพักหนึ่งจะโล่งขึ้น และยายังช่วยกัดเสมหะที่เรื้อรังให้ออกหมด ใช้หยอดวันเว้นวัน ใส่รู้เว้นรู เช่น วันนี้ใสข้างซ้าย วันรุ่งขึ้นหยุด แล้ววันต่อไปจึงใส่ข้างขวาสลับกันไป

คนที่อาการหนัก เช่น มีเลือดและหนอง อาจใช้หยอดหนึ่งหยด ขณะหยอดยาจะรู้สึกแสบๆ ลำคอ มีน้ำมูกน้ำลายมาก แต่อาการจะดีขึ้นในหนึ่งเดือน


ของฝากจากคุณลุงหมาย ยาต้มบำรุงเลือด
นอกจากนี้ คุณลุงยังแนะนำตำรับยาสำหรับสตรีที่โลหิตจางมาด้วย เพราะทุกวันนี้ท่านเห็นเด็กสาวๆ หลายคนซูบซีด อ่อนเพลีย ไม่แข็งแรง เห็นทีไรก็อดสงสารไม่ได้
ท่านจึงพยายามแนะนำตำรับยาบำรุงเลือดให้ต้มกินซึ่งมีตัวยาดังนี้ค่ะ
๑. ลูกกระวาน ๒. ว่านน้ำ ๓. ยาดำ ๔. สมอภิเพก ๕. สมอไทย ๖. สมอเทศ ๗. บอระเพ็ด ๘. ดีปลีเชือก ๙. กานพลู ๑๐. เปล้าใหญ่ ๑๑. เปล้าน้อย ๑๒. แห้วหมู ๑๓. ฝักราชพฤกษ์ (ฝักคูน)
นำยาทั้งหมดอย่างละ ๑ บาท ยกเว้นฝักราชพฤกษ์ ใช้ ๓ ฝัก ใส่หม้อ เติมน้ำพอท่วมยา ต้มพอเดือด จิบตัวยา ก่อนรับประทานอาหาร ประมาณครึ่งแก้วเป๊ก (แก้วใบเล็ก) ถ้าใครธาตุหนัก (กินแล้วไม่ถ่ายท้อง) สามารถจิบได้หนึ่งแก้ว เลือดลมจะเดินสะดวก ผิวพรรณจะเปล่งปลั่ง มีกำลังและเรี่ยวแรงดังเดิม

คุณลุงหมายเล่าทุกขั้นตอนทุกตำรับยา โดยไม่เคยหวงแหนความรู้ เพราะเชื่อว่านอกจากการทำบุญด้วยการรักษาคนไข้แล้ว การทำบุญด้วยวิชาความรู้เป็นสิ่งประเสริฐสุด เพราะหากหวงแหนไว้โดยไม่บอกกล่าว
ความรู้นี้มีแต่จะสูญสลายไปตามกายสังขาร


ไซนัสคืออะไร
ไซนัส (Sinus) เป็นโพรงอากาศที่อยู่ภายในกระดูกของใบหน้า โดยมีเยื่อเมือกบุอยู่โดยรอบ ปกติแล้วน้ำมูกจะมีช่องไหลผ่านทางท่ออากาศเล็กๆ จากโพรงไซนัสมาออกที่จมูก แต่ขณะที่เป็นหวัด ท่อนี้อาจตีบตันจนอากาศและน้ำมูกผ่านไม่ได้ จึงเข้าไปสะสมอยู่ในไซนัสและเกิดอาการอักเสบขึ้น
อาการที่พบได้แก่ ปวดบริเวณหน้าผากและแก้ม ซึ่งจะปวดมากขึ้นเวลาก้มตัวนอนหรือเวลาไอ อาจมีน้ำมูกสีเขียวเหลืองหรือมีเลือดออกมาทางจมูก และคัดจมูกด้านที่เป็น ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะและสูญเสียการรับกลิ่น ถ้าไซนัสอักเสบเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย กระดูกที่หุ้มอยู่ด้านบนจะกดเจ็บ ผิวหนังอาจบวมแดงและมีไข้
และต้นเหตุสำคัญของไซนัส คือ ภูมิชีวิตที่อ่อนแอ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมของเราแต่ละคน หากยังนิยมบริโภคอาหารที่มีท็อกซิน จำพวกเนื้อสัตว์ใหญ๋ อาหารหวาน มัน เค็ม และหมกหมุ่นอยู่กับความเครียด ร่างกายจะไม่สามารถปรับตัว เพื่อสร้างสมดุลยามเกิดอาการผิดปกติต่างๆ ได้ จึงเป็นที่มาของไซนัสและโรคภัยต่างๆ

----------------------------------------------------
ลุงสมหมาย จิตอารีย์
๑๗ หมู่ ๑๔ ตำบลเสาเภา อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ ๐๘-๙๕๙๑-๘๓๒๐
หนังสืออ้างอิง บำบัดโรคด้วยการแพทย์ทางเลือก. กรุงเทพฯ: บรษัทรีดเดอร์ส ไดเจสท์ (ประเทศไทย )จำกัด, ๒๕๔๔.

UP / เลื่อนขึ้น

 

 

สำนักสื่ออุปกรณ์สอนศีลธรรม หลวงปู่แอ๊ว สุธมฺมปาโล
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะ ๑๗ ถนนมหาราช ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐
Phone: (02) 222-4169 Fax: (02) 222-4190
Web site: www.asstudio.info
E-mail: aewbhu@yahoo.com, aewbhu@windowslive.com
©Copyright 2009-2011. สำนักสื่ออุปกรณ์สอนศีลธรรม. All rights reserved.